ไม้HMR คืออะไร ต่างจาก MDFยังไง? เจาะลึกแผ่นไม้กันชื้นรุ่นฮิตปี 2025
- Oranat Petranurat
- Jun 18
- 2 min read
Updated: Jul 16
ถ้าเปิดใบสั่งงานจากสตูดิโอออกแบบบิวต์อินช่วงสอง–สามปีหลัง คุณจะเห็นชื่อ ไม้HMR แทรกอยู่เกือบทุกโปรเจกต์ ไม่ว่าจะเป็นตู้ครัวเคาน์เตอร์เปียก, ตู้เสื้อผ้าแตะพื้นคอนโด, หรือผนังตกแต่งห้องน้ำแห้ง — ทั้ง-ที่ก่อนหน้านี้ “MDF” เคยครองตลาดแผ่นไม้ประกอบแทบเบ็ดเสร็จ เหตุผลสำคัญคือ ไม้HMR (High Moisture Resistance Board) รวมจุดเด่นกันชื้นของแผ่นปาร์ติเคิลเขียวเข้ากับผิวเรียบเนียนแบบ MDF ทำให้ลดปัญหา “บวมบิด” ในสภาพอากาศชื้นของไทยโดยไม่ต้องอัดสารกันชื้นหนักเกินมาตรฐาน VOC และเมื่อประกอบกับเทรนด์ครัวบิวต์-อินและห้องน้ำสไตล์รีสอร์ทที่ใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก ไม้HMR จึงกลายเป็นพระเอกใหม่ที่ผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านอยากทำความเข้าใจให้ชัด บทความนี้จะพาคุณเจาะทุกแง่มุม — ตั้งแต่องค์ประกอบเนื้อแกน, ความแตกต่างกับ MDF, มาตรฐานปลอดสารพิษ ไปจนถึงเคล็ดลับซื้อ ไม้HMR อย่างคุ้มค่าในปี 2025

1. ไม้HMR คืออะไร? โครงสร้างและเทคโนโลยีการผลิตไม้HMR
ไม้HMR ย่อมาจาก High Moisture Resistance Board ซึ่งโดยเนื้อแท้คือแผ่นปาร์ติเคิลบอร์ดที่ถูก “ยกระดับสูตร” ให้ทนความชื้นสูงกว่าปาร์ติเคิลทั่วไปถึง 2–3 เท่า กระบวนการเริ่มจากการคัดไม้ยางพารา, สะเดา หรือยางพาราผสมไม้ปลูกโตเร็ว เข้าเครื่องสับให้ได้ชิ้นไม้ขนาด 2–8 มิลลิเมตร แล้วอบไล่ความชื้นให้เหลือ 2–4 % หลังจากนั้นจึงผสมกาวเมลามีน-ยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ (MUF) อัตราส่วนสูงสุดไม่เกิน 5 % โดยน้ำหนัก และเสริมสาร Hydrophobic Wax กับสารป้องกันเชื้อรา ก่อนจะอัดแน่นภายใต้อุณหภูมิ 190–200 °C และแรงกด 35–40 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร เพื่อให้กาวรีแอกชันสมบูรณ์ทั่วแกน
คุณลักษณะสำคัญของ ไม้HMR คือ “แกนเขียว” ที่เพิ่มสาร Hydrophobic Wax ทั่วเนื้อ ทำให้ค่าการขยายตัวหนา (Thickness Swelling) หลังแช่น้ำ 24 ชั่วโมงเหลือ 4–6 % ในขณะที่ปาร์ติเคิลธรรมดาพองได้ถึง 15–18 % และ MDF อยู่ที่ 8-10 % นอกจากนี้การใช้กาว MUF เกรด E0 หรือ CARB-P2 ช่วยลดการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ให้อยู่ใต้ 0.124 mg/m³ จึงปลอดภัยต่อสุขภาพภายในอาคาร จุดเด่นสุดท้ายคือผิวหน้าเรียบกว่าปาร์ติเคิลเขียวดั้งเดิมเพราะคัดขนาดเกล็ดไม้ใกล้เคียง MDF จึงปิดผิวเมลามีนหรือพ่นสี PU ได้เนียนไม่ต่างจากแผ่นไฟเบอร์กลาง

2. ไม้HMR ต่างจาก MDF อย่างไร? เปรียบเทียบคุณสมบัติทางเทคนิคไม้HMR
แม้ MDF (Medium Density Fiberboard) จะขึ้นชื่อเรื่องผิวเนียนและรับสีสวย แต่ข้อด้อยใหญ่คือ “ดื่มน้ำเก่ง” เนื่องจากโครงสร้างเส้นใยละเอียดดูดซึมเร็ว พอใช้ในครัวหรือห้องน้ำจึงพบปัญหาแผ่นฟูขยายจนบานพับหลุดง่าย ตรงข้ามกับ ไม้HMR ที่เล่นจุดขาย “กันชื้น” เป็นหลัก
2.1 ความหนาแน่น HMR Vs MDF
ไม้HMR ≈ 730–750 kg/m³
MDF ≈ 740–780 kg/m³ (แตกต่างเล็กน้อย รับน้ำหนักพอกัน)
2.2 Thickness Swelling 24 h
ไม้HMR 4–6 %
MDF 8–10 %
2.3 Internal Bond (IB)
ไม้HMR 0.35–0.45 N/mm²
MDF 0.55–0.65 N/mm² (จับสกรูเกลียวปลายสว่านดีกว่าเล็กน้อย)
2.4 การยึดสกรูขอบแผ่น
ไม้HMR ≥ 800 N
MDF ≥ 900 N
เมื่อวิเคราะห์ตามตารางจะเห็นว่า MDF ยังชนะ ไม้HMR เล็กน้อยเรื่องค่า IB กับการจับสกรู แต่วัดกันที่ความทนชื้นหรือการโก่งตัวในห้องครัวเมืองร้อน ไม้HMR ชนะขาด งานออกแบบบิวต์-อินยุค 2025 จึงใช้แนวทาง “โครงสร้างทนชื้น = ไม้HMR / หน้าบานเฟรมนิ่ง = MDF หรือไม้อัดเคลือบขาว” เพื่อดึงจุดแข็งของทั้งคู่มาใช้ร่วมกัน

3. ไม้HMR ใช้ทำอะไรบ้าง? ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ไม้HMR ปี 2025
ปี 2025 เทรนด์ “ครัวไทยกึ่งยุโรป” และ “ห้องน้ำสปา” พุ่งสูง ไม้HMR จึงถูกจับไปใช้หลากหลาย:
3.1 HMR กับ เคาน์เตอร์ครัวล่าง :
โครงตู้และชั้นพื้นต้องสัมผัสไอน้ำจากเครื่องล้างจาน ไม้HMR รับน้ำหนักหินสังเคราะห์ได้สบาย
3.2 HMR ตู้เสื้อผ้าชิดห้องน้ำ :
กันความชื้นแพร่ผ่านผนัง เปลี่ยนฟูริมแผ่นจาก MDF เป็น ไม้HMR แล้วครอบเมลามีนสีพื้น
3.3 ผนังเว้นร่องซ่อนไฟ LED :
ใช้ ไม้HMR หนา 12 มม. กลึงร่อง V-Groove แล้วพ่นสีเบจ ใช้งานในพื้นที่ติดเครื่องทำน้ำอุ่นโดยไม่ขึ้นรา
3.4 เฟอร์ฯ เคาน์เตอร์ซักล้างคอนโด :
โครงครอบเครื่องซักผ้า ติดประตู Compact Laminate ป้องกันน้ำกระเซ็น
3.5 บานประตูตู้ลอยครัวเปียก :
โครง ไม้HMR + เมลามีนลายไม้เข้ม ลดน้ำหนักเมื่อเทียบกับไม้อัดยางกันชื้นแต่ยังทนไอน้ำ

4. ไม้HMR กับมาตรฐานรักษ์โลก: E1, CARB-P2, FSC และการปล่อย VOC
เพื่อให้ ไม้HMR ตอบโจทย์ตลาดยุโรป ผู้ผลิตไทยเร่งอัปเกรดโรงงานตามข้อกำหนด CARB-P2 และ E0 ซึ่งกำหนดค่าฟอร์มาลดีไฮด์ ≤ 0.124 mg/m³ ในสภาวะห้อง 25 °C สิ่งที่ทำคือลดปริมาณกาว MUF และเปลี่ยนมาใช้ No-Added-Formaldehyde Resin บางส่วน ส่งผลให้ราคาไม้HMR ปรับขึ้น 5–8 % แต่อาคารสีเขียว LEED และ WELL ได้คะแนน Indoor Air Quality เพิ่ม ส่วนเรื่อง FSC หรือ PEFC ผู้ผลิตนำไม้ปลูกหมุนเวียนมาผ่าน Chain-of-Custody เพื่อยืนยันว่าไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า ผลพลอยได้คือ ไม้HMR ไทยเริ่มส่งออกญี่ปุ่นและเกาหลีมากขึ้น เพราะผ่าน VOC & Sustainability Checklist โดยไม่ต้องเสียเวลาทดสอบซ้ำ
5. ไม้HMR ราคาเท่าไรในปี 2025? เคล็ดลับเลือกซื้อไม้HMR อย่างคุ้มค่า
ราคาตลาดกลางปี 2025 สำหรับ ไม้HMR หนา 18 มม. หน้า 4 × 8 ฟุต อยู่ที่ 780–890 บาท/แผ่น ส่วน MDF เกรดทั่วไปอยู่ราว 630–680 บาท/แผ่น ความต่าง 100–200 บาท อาจดูสูง แต่เมื่อคิดต้นทุนเฟอร์นิเจอร์ทั้งใบต่างกันเพียง 5–7 % ขณะที่ลดความเสี่ยงบวมต้องรื้อเปลี่ยนทั้งตู้จึงถือว่าคุ้มค่า
เคล็ดลับซื้อไม้HMR
เช็กสติ๊กเกอร์ “HMR E0” หรือ “CARB-P2” ที่ขอบแผ่นทุกครั้ง
สังเกตแกนเขียว — สีควรสม่ำเสมอ ไม่เป็นจุดด่าง
เคาะดูเสียง — แผ่นที่กดแน่นเสียงทึบ หนักสม่ำเสมอ
ขอใบรับรอง COC FSC หากงานส่งออก หรือใช้ในโครงการรัฐ
เลือกโรงงานที่มีบริการตัด-ซีลขอบ PU จะลดความชื้นเข้าแกนอีกขั้น
เมื่อชั่งน้ำหนักทุกปัจจัย — ตั้งแต่ความทนชื้น, ผิวเรียบนำสีง่าย, ค่า VOC ต่ำตาม E0/CARB-P2, ไปจนถึงราคาที่เพิ่มจาก MDF ไม่ถึง 10 % — ไม้HMR จึงขึ้นแท่นวัสดุ “คุ้มสุด” สำหรับเฟอร์นิเจอร์ปี 2025 โดยเฉพาะชิ้นงานที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือความชื้นสูง ขนาดตลาดในไทยเติบโตเฉลี่ย 15 % ต่อปี ขณะที่ผู้ผลิตเร่งพัฒนาไลน์ Zero-Added-Formaldehyde เพื่อตอบรับอาคารสุขภาวะ เมื่อคุณต้องเลือกวัสดุป้องกันปัญหาบวมพองในระยะยาว ไม้HMR คือคำตอบที่ให้สมดุลระหว่างความแข็งแกร่ง การทำสีสวย และมาตรฐานรักษ์โลกครบในแผ่นเดียว.
ขอบคุณครับ