พื้นไวนิล ยังเหมาะกับบ้านยุคนี้ อยู่หรือไม่ในมุมของ อินทีเรีย ดีไซน์?
- Oranat Petranurat
- Jul 16
- 1 min read
ในฐานะที่ผมเป็น Interior Designer พอจะมีประสบการณ์ ใช้วัสดุปูพื้นหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้จริง พื้นลามิเนต พื้นกระเบื้อง และหนึ่งในวัสดุที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ พื้นไวนิล ถึงแม้ในช่วงหลังจะมีวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น พื้น SPC ที่เป็นอีกกลุ่มวัสดุ แต่คำถามที่ลูกค้ามักถามเสมอคือ พื้นไวนิล ยังเหมาะกับบ้านยุคนี้อยู่ไหม? คำตอบแบบสั้นคือ...ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความเข้าใจในวัสดุอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในบทความนี้ ผมจะพาคุณมาทำความเข้าใจในเชิงลึกถึงข้อดี ข้อควรระวัง และกรณีศึกษาจากบ้านลูกค้าจริง พร้อมกับให้มุมมองในฐานะนักออกแบบที่ใส่ใจทั้งความสวยงามและการใช้งานจริงของ พื้นไวนิล

1. พื้นไวนิล คืออะไร
พื้นไวนิล เป็นวัสดุปูพื้นที่ผลิตจากโพลิเมอร์ประเภท PVC (Polyvinyl Chloride) ซึ่งสามารถออกแบบลวดลายให้เลียนแบบไม้ หิน หรือกระเบื้องได้อย่างแนบเนียน มีหลากหลายประเภท ได้แก่:
พื้นไวนิลแบบม้วน (Sheet Vinyl): เหมาะกับพื้นที่กว้าง ไร้รอยต่อ
พื้นไวนิลแบบแผ่น (LVT - Luxury Vinyl Tile): ให้ลายไม้หรือหินสวยงาม ติดตั้งง่าย
พื้นไวนิลแบบคลิกล็อค (Click Lock Vinyl): ระบบติดตั้งแบบลิ้นและร่อง ไม่ต้องใช้กาว
หมายเหตุ: แม้พื้น SPC จะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับไวนิลบางประเภท แต่ พื้น SPC ไม่ใช่พื้นไวนิล โดยตรง เพราะมีส่วนผสมของหินปูน (Stone Powder) และโครงสร้าง Core ที่แข็งแรงกว่าไวนิลทั่วไป จัดอยู่ในวัสดุอีกกลุ่ม
ข้อดีที่ทำให้พื้นไวนิลยังคงเป็นที่นิยม คือ ความยืดหยุ่น เดินสบาย กันน้ำ กันปลวก และสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องรื้อพื้นเดิม (ในหลายกรณี) ทั้งหมดนี้ทำให้ พื้นไวนิล กลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนพิจารณาเมื่อรีโนเวทบ้านหรือออกแบบภายในใหม่

2. รีวิว ตัวอย่างจากการใช้งานพื้นไวนิล Renovate Apartment
ผมได้รับโจทย์รีโนเวทอพาร์ตเมนต์เก่าใจกลางเมือง ที่มีอายุการใช้งานมากว่า 20 ปี พื้นเดิมเป็นกระเบื้องที่มีรอยร้าวและบางส่วนยึดติดไม่แน่น เจ้าของห้องต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูอบอุ่น ทันสมัย และอยู่สบายมากขึ้น โดยมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและไม่ต้องการรื้อพื้นเดิมออกทั้งหมด
ทางเลือกที่ผมแนะนำคือการใช้พื้นไวนิลลายไม้ธรรมชาติแบบคลิกล็อกจากแบรนด์ที่มีคุณภาพดี โดยมี Step ตั้งแต่การลื้อพื้นกระเบื้องเดิมทิ้ง และติดตั้ง ซึ่งใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึง 2 วัน ก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที หลังจากใช้งานจริงประมาณ 1 ปี เจ้าของห้องให้ฟีดแบคว่า พื้นไวนิลช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของห้องอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ห้องดูเย็น แข็ง และไม่น่าอยู่ กลายเป็นห้องที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เดินสบาย ไม่เย็นเท้า และยังเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ลอยตัวที่เลือกใช้ได้อย่างลงตัว
ในแง่การใช้งานจริง เจ้าของห้องพบว่าการดูแลพื้นทำได้ง่ายมาก คราบอาหารหรือฝุ่นจากรองเท้าไม่ฝังแน่น ใช้แค่ไม้ถูพื้นธรรมดาก็สะอาดได้ และไม่มีเสียงเดินก้องอย่างที่เคยเจอกับพื้นกระเบื้องเดิมเลย อย่างไรก็ตาม มีบริเวณที่ติดหน้าต่างซึ่งรับแดดเต็ม ๆ ผมจึงแนะนำให้ติดฟิล์มกรองแสงหรือใช้ม่านกรอง UV เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ พื้นไวนิล และหากเลือกพื้นไวนิลที่มี wear layer อย่างน้อย 0.3–0.5 มม. จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีขึ้น โดยรวม คุยกับเจ้าของห้องก็มี Feedback ที่ค่อนข้างดี แล้วเจ้าของห้องรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

3. ข้อดีของพื้นไวนิล ในมุมของ นักออกแบบ
ในฐานะผู้ออกแบบ พื้นไม่ใช่แค่ของที่อยู่ใต้เท้า แต่คือส่วนหนึ่งของ Mood & Tone ของบ้าน ดังนั้นผมมองว่า พื้นไวนิล มีข้อดีหลายประการในมุมของ Interior Design:
มีความยืดหยุ่นมากกว่า พื้นไม้ชนิดอื่นๆ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่อง พื้นยวบ พื้นแตก เหใือนกระเบื้องยางSPC
ติดตั้งเร็ว และ เป็นแบบแห้งไม้เหมือนกับพวกกระเบื้องที่ ติดตั้งแบบเปียก ใช้เวลา และมีฝุ่นเยอะ
เลือกสีและลายได้หลากหลาย: ตั้งแต่ลายไม้สีเข้ม สไตล์มินิมอล ไปจนถึงลายหินดำหรูหรา
ตอบโจทย์งานรีโนเวท: เพราะบางพื้นที่ ที่ไม่ได้ระดับ 100% ก็ยังสามารถปูทับได้ ไม่ต้องรื้อพื้นเก่า ประหยัดงบและเวลา
มีรุ่นกันลื่น / กันไฟ: เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น: เหมาะกับแนว Japandi, Cozy Modern หรือ Loft ที่ไม่แข็งกระด้าง ไม่เย็น
เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย: ไม่ดูแข็งหรือขัดแย้งกับโทนไม้ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หรือ built-in


4. ข้อควรระวังของ พื้นไวนิล ในมุมของนักออกแบบ
แม้พื้นไวนิลจะมีข้อดีมากมาย แต่ในฐานะนักออกแบบ ผมขอเตือนข้อควรระวังเพื่อการใช้งานที่ยั่งยืน:
อย่าติดตั้งในที่โดนแดดแรงตรง ๆ: พื้นอาจหดหรือบวมได้ ควรใช้ม่านหรือฟิล์มกรองแสงร่วมด้วย
ไม่ทนต่อความร้อนสูงมาก: อย่าวางของร้อนจัดหรือจุดไฟใกล้พื้น
พื้นราคาถูกอาจลอกหรือบวมง่าย: ควรเลือกเกรด Virgin Vinyl ไม่ใช่ Recycled Vinyl
ความหนาของ Wear Layer มีผลต่ออายุการใช้งาน: แนะนำให้ใช้ขั้นต่ำ 0.3 มม. สำหรับบ้านทั่วไป และ 0.5 มม. หากมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง
ไม่เหมาะกับพื้นที่เปียกตลอดเวลา: เช่น ห้องน้ำที่ไม่มีแยกโซนแห้ง/เปียกชัดเจน

พื้นไวนิล ยังเหมาะกับบ้านยุคนี้อยู่หรือไม่? ในมุมมองของผมในฐานะ Interior Designer คำตอบคือ เหมาะอย่างยิ่ง หากคุณเข้าใจข้อจำกัด และเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของบ้าน
วัสดุที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ต้องมาพร้อมกับความเข้าใจในการใช้งานจริง ซึ่ง พื้นไวนิล มีคุณสมบัติตอบโจทย์ได้ดี ทั้งด้านการออกแบบ ความนุ่มสบาย การติดตั้ง และการดูแลรักษา
อย่าลืมว่า ไม่ว่าวัสดุไหนก็มีข้อจำกัด การเลือกพื้นควรทำควบคู่กับการปรึกษานักออกแบบ เพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่า และบ้านออกมาสวยแบบอยู่ได้จริง
ขอบคุณครับ